Intern/Trainee  in USA Program - โครงการฝึกงานในประเทศสหรัฐอเมริกา 

trainee1โครงการฝึกงาน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาได้มีโอกาสได้ฝึกงานตามสาขาที่เรียนจบหรือตามประสบการณ์การทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการเพิ่มประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ร่วมทำงานกับหน่วยงานในประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งได้รับค่าตอบแทน ผู้เข้าร่วมโครงการเดินทางเข้าไปฝึกงานในประเทศสหรัฐอเมริกาในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยนเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 2 ถึง 18 เดือน
 
ประเภทของ Intern/Trainee
1. ผู้สมัครที่สมัครแบบจัดหางานเอง (J1 Visa Sponsorship)
2. ผู้สมัครที่ให้องค์กรฯ จัดหางานให้ (Intern/Trainee Placement Program) 

คุณสมบัติผู้สมัครเป็นอย่างไร
 

คุณสมบัติพื้นฐานผู้สมัคร

 

International Student
Internship Program (Intern)

International Practical
Training Program (Trainee)

คุณสมบัติ: เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยหรือ จบการศึกษาไม่เกิน 12 เดือน (นับถึงวันเริ่มโครงการ) จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยในสาขาวิชาที่ต้องการฝึกงานและมีประสบการณ์ทำงานนอกประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างน้อยหนึ่งปีตามสาขาวิชาที่ต้องการฝึกงานหรือจบการศึกษาในสาขาอื่นๆ แต่มีประสบการณ์ทำงานนอกประเทศสหรัฐอเมริกาตรงตามสาขาวิชาที่ต้องการไปฝึกงาน 5 ปี
ระยะเวลาเข้าร่วมโครงการ: สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สูงสุดไม่เกิน 18 เดือน*
เคยเข้าร่วมโครงการแล้วสามารถเข้าร่วมโครงการได้อีกหรือไม่? สามารถเข้าร่วมได้แต่ต้องเป็นผู้ที่ยังคงมีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการ (กำลังศึกษาอยู่หรือจบการศึกษาไม่เกิน 12 เดือน) สามารถเข้าร่วมได้แต่ต้องรอให้ครบกำหนด 2 ปีหลังจากสิ้นสุด J-1 Training Program ในครั้งที่ผ่านมา

*ผู้ที่จบสาขาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว (Hospitality & Tourism Management) ไม่สามารถฝึกงานได้เกิน 12 เดือน ยกเว้นกรณีผู้ที่จบสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น บริหารธุรกิจ (Business Administration) ต้องการไปฝึกงานด้าน sales หรือ marketing ในโรงแรมหรือในร้านอาหารอาจได้รับอนุญาตให้ร่วมโครงการได้สูงสุดถึง 18 เดือน แต่การพิจารณาขึ้นอยู่กับประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา

คุณสมบัติอื่นเพิ่มเติม

red_bullet ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-38 ปี
red_bullet ผู้สมัคร Internship หรือ Training Program ต้องกำลังศึกษาอยู่หรือสำเร็จการศึกษาหรือมีประสบการณ์ทำงานในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับงานที่ต้องการไปฝึก ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
red_bullet การสัมภาษณ์ ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทุกท่านต้องผ่านการสัมภาษณ์รายบุคคลโดยองค์กรแลกเปลี่ยนผู้จัด
  โครงการ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา (Sponsor Organization) ซึ่งการสัมภาษณ์ อาจเป็นเป็นการสัมภาษณ์
  ทางโทรศัพท์หรือสัมภาษณ์ทาง Web Camera โดยที่องค์กรฯ จะเป็นผู้กำหนดและแจ้งให้ทราบ ภายหลังผู้
  สมัครผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติพื้นฐานแล้ว
red_bullet ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการพูดและใช้ทักษะภาษาอังกฤษขั้นดีมาก
red_bullet ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่สามารถทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการเงื่อนไขของ
  การประกันสุขภาพต้องตรงตามกฎระเบียบข้อบังคับของประเทศสหรัฐอเมริกา
red_bullet ผู้สมัครต้องสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตนเอง (ค่าที่พักและค่าครองชีพ) ในระหว่างฝึกงานในประเทศ
  สหรัฐอเมริกา
red_bullet สาขาวิชาที่สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้มีดังนี้ สถาปัตยกรรม, บริหารธุรกิจ, การเงินการธนาคาร,
  วิศวกรรมศาสตร์, การโรงแรมและการท่องเที่ยว, สารสนเทศ, การจัดการ, การตลาด, กฎหมาย, โฆษณา  
  เป็นต้น
red_bullet สาขาวิชาที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้มีดังนี้ แพทย์ศาสตร์ หรือ สาขาวิชาเกี่ยวข้องกับแพทย์ , ศึกษา
  ศาสตร์ (การสอน), สังคมสงเคราะห์ เป็นต้น 


ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ

Period J-1 Visa Sponsorship
(Self-Arranged Program

Intern/Trainee Placement Program
(Full Services Program)

Months

Internship

Trainee

Internship

Trainee

6 months

$    1,150.00

$    1,150.00

$       1,550.00

$       1,550.00

12 months

$    1,850.00

$    1,850.00

$       2,150.00

$       2,150.00

18 months

-

$    2,450.00

-

$       2,850.00

หมายเหตุ:
red bullet ค่าธรรมเนียมโครงการไม่รวมค่า SEVIS Fees จำนวน 180 เหรียญสหรัฐ
red bullet ค่าประกันสุขภาพแบบพื้นฐานที่รวมอยู่ในค่าธรรมเนียมโครงการ ไม่รวมค่าประกันสุขภาพพิเศษ เช่น ค่า
  ประกันสุขภาพสำหรับคนขับยวดยานพาหนะ (Driver's Medical Insurance)
red bullet ค่าเปลี่ยนแบบฟอร์ม DS-2019 กรณีเกิดการสูญหายก่อนเดินทางหรือกรอกข้อมูลผิด จำนวน 100 เหรียญ
  สหรัฐ
red bullet ค่าธรรมเนียมโครงการ ไม่รวมค่า Visa Package จำนวนเงิน 6,000 บาท
red bullet ค่า SEVIS Fess และ ค่า Visa Package อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการประกาศโดยสถานทูตสหรัฐ
  อเมริกาประจำประเทศไทยโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

ต้องการสมัครต้องทำอย่างไร

trainee2วิธีการสมัครสำหรับกรณีที่มีนายจ้างแล้ว
ผู้สมัครที่สมัครแบบจัดหางานเอง (J1 Visa Sponsorship)
ยื่นเอกสารดังนี้
arrow_green2 ใบสมัครขององค์กร (Sponsorship Organization)
arrow_green2 ใบสมัคร Host Company ของ องค์กร (Sponsorship Organization  
   กรอกโดยนายจ้างที่สหรัฐอเมริกา
arrow_green2 จดหมายตอบรับเข้าทำงานของนายจ้างที่่สหรัฐอเมริกา
arrow_green2 Resume
arrow_green2 รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว x 2 นิ้ว 2 ใบ
arrow_green2 ใบรายงานผลการศึกษา (transcript) ฉบับจริง 1 ชุด
arrow_green2 ใบแปลปริญญาบัตรรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศ ฉบับจริง 1 ชุด
arrow_green2 สำเนาผลสอบภาษาอังกฤษ 1 ชุด (TOEIC, TOEFL หรือ IELTS)
arrow_green2 จดหมายรับรองจากนายจ้างปัจจุบันหรือจากการทำงานที่ผ่านมา
arrow_green2 สำเนาเอกสารการผ่อนผันทางทหาร (สำหรับนักศึกษาชาย) 1 ชุด
arrow_green2 พาสปอร์ตที่่มีอายุการใช้งานเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนา 1 ชุด
arrow_green2 ค่าโครงการเต็มจำนวน

ผู้สมัครที่ให้องค์กรฯ จัดหางานให้ (Intern/Trainee Placement Program)trainee3
arrow_green2 ใบสมัครขององค์กร (Sponsorship Organization)
arrow_green2 Resume 
arrow_green2 รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว x 2 นิ้ว 2 ใบ
arrow_green2 ใบรายงานผลการศึกษา (transcript) ฉบับจริง 1 ชุด
arrow_green2 ใบแปลปริญญาบัตรรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศ ฉบับจริง 1 ชุด
arrow_green2 สำเนาผลสอบภาษาอังกฤษ 1 ชุด (TOEIC, TOEFL หรือ IELTS)
arrow_green2 จดหมายรับรอง 
  red bullet ต้องเป็นจดหมายฉบับจริง ห้ามใช้สำเนา
  red bullet หากเป็นจดหมายรับรองจากอาจารย์ ต้องเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหรืออาจารย์
    ประจำคณะที่สำเร็จการศึกษามา
  red bullet หากเป็นจดหมายรับรองจากบุคคลอื่น ควรเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ
    ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา เช่นหัวหน้า
    งานหรือผู้บริหารของสถานที่ทำงานที่ได้รับประสบการณ์ทำงานมา
  red bullet จดหมายรับรองสามารถยื่นได้มากกว่า 2 ฉบับ
arrow_green2 ประสบการณ์ทำงาน
  red bullet หากมีประกาศนียบัตรผ่านงานสามารถนำมายื่นประกอบได้ (ใช้สำเนาได้)
  red bullet หากมีประสบการณ์ทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกามาก่อน ไม่จำเป็นต้องยื่นใบผ่านงาน เพราะประสบการณ์
    การทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกาไม่สามารถใช้ร่วมพิจารณาการเข้าร่วมโครงการได้
arrow_green2 สำเนาเอกสารการผ่อนผันทางทหาร (สำหรับผู้สมัครชาย) 1 ชุด
arrow_green2 พาสปอร์ตที่่มีอายุการใช้งานเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนา 1 ชุด
arrow_green2 ค่าจัดหาสถานที่ฝึกงาน จำนวน 200 เหรียญสหรัฐ (ไม่สามารถเรียกคืนได้ทุกกรณี)  

 

ขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการ


ขั้นตอนที่ รายละเอียดขั้นตอน ค่าใช้จ่าย
ขั้นตอนที่ 1: ผู้สมัครพบเจ้าหน้าที่ตัวแทนองค์กรในประเทศไทยเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นว่าสามารถสมัครได้หรือไม่ตรวจสอบตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัคร รับแบบฟอร์ม Cover Letter และ Resume ขององค์กรฯ ได้ที่เจ้าหน้าที่ ฟรี
ขั้นตอนที่ 2: ผู้สมัครส่งใบสมัครที่กรอกสมบูรณ์, แนบเอกสารประกอบการสมัครให้ครบถ้วนตามที่องค์กรฯ ต้องการ ผู้สมัครที่สมัครแบบจัดหางานเอง (J1 Visa Sponsorship):
ชำระค่าโครงการเต็มจำนวน
ผู้สมัครที่ให้องค์กรฯ จัดหางานให้ (Intern/Trainee Placement Program): ชำระค่าจัดหาสถานที่ฝึกงาน จำนวน 200 เหรียญสหรัฐ (ไม่สามารถเรียกคืนได้ทุกกรณี)
ขั้นตอนที่ 3: เมื่อองค์กรฯ ได้รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครแล้ว
ผู้สมัครที่สมัครแบบจัดหางานเอง (J1 Visa Sponsorship): สัมภาษณ์โดยเจ้าหน้าที่ขององค์กรฯ เมื่อผ่านการสัมภาษณ์สามารถเริ่มขั้นตอนที่ 5 ได้ทันที
ผู้สมัครที่ให้องค์กรฯ จัดหางานให้ (Intern/Trainee Placement Program):องค์กรฯ จะทำการพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครเบื้องต้นว่าถูกต้องและครบถ้วนตรงตามประเภทงานที่ต้องการสมัครหรือไม่ โดยการพิจารณาอาจใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์
กรณีผ่าน การพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นทั้งหมดแล้ว องค์กรฯ จะติดต่อผู้สมัครเพื่อนัดสัมภาษณ์
กรณีที่นายจ้างขอยืดระยะเวลาในการพิจารณาออกไป ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ผู้สมัครสามารถยอมรับหรือ ปฎิเสธ
หากยอมรับ ผู้สมัครแจ้งองค์กรและเซ็นยินยอมที่จะรอการพิจารณาจากนายจ้างเดิมต่อไป
หากปฎิเสธไม่ต้องการรอ องค์กรฯ จะทำการพิจารณาหาสถานที่ฝึกงานแห่งใหม่ที่ตรงตามคุณสมบัติผู้สมัครทันที
การจัดหาสถานที่ฝึกงานให้ผู้สมัครอาจใช้เวลาถึง 2 เดือนหรือมากกว่าขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและความสามารถในทักษะต่างๆ รวมทั้งทักษะทางด้านภาษาอังกฤษของผู้สมัคร

 

ขั้นตอนที่ 4: ผู้สมัครที่ให้องค์กรฯ จัดหางานให้ (Intern/Trainee Placement Program)เมื่อได้รับการตอบรับให้เข้าร่วมฝึกงานจากนายจ้าง ผู้สมัครต้องชำระค่าโครงการส่วนที่ 2 (ส่วนที่เหลือทั้งหมด)ให้องค์กรฯ ค่าโครงการส่วนที่เหลือ (ดูตารางค่าธรรมเนียมโครงการ)
ขั้นตอนที่ 5: เมื่อได้รับการรับรองทางด้านเอกสารเพื่อรับเข้าฝึกงานจากนายจ้าง ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ จะได้รับอีเมล์ยืนยันจากองค์กรฯ พร้อม SEVIS ID# และขั้นตอนในการจ่ายค่า SEVIS ผ่านทางเวบไซต์ของหน่วยงานของรัฐบาลอเมริกัน และจะได้รับเอกสารสิทธิ์ในการยื่นวีซ่า (DS-2019 Form) พร้อมข้อมูลสำคัญๆ อื่นๆ ประกอบการยื่นวีซ่าและการเข้าร่วมโครงการ 180 เหรียญสหรัฐ
ขั้นตอนที่ 6: หลังจากที่ผู้สมัครได้ชำระค่า SEVIS Fee เรียบร้อยแล้ว ผู้สมัครสามารถทำการสมัครขอยื่นวีซ่าประเภท J-1 เพื่อเข้าร่วมโครงการ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค่า Visa Package ประมาณ 6,000 บาท(รวมอัตราค่าซื้อรหัสประจำตัว (PIN) และค่าธรรมเนียมไปรษณีย์และค่าซองเพื่อส่งพาสปอร์ตจากสถานทูตถึงผู้สมัคร)
ขั้นตอนที่ 7: เมื่อผ่านการสัมภาษณ์วีซ่าและได้รับวีซ่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้สมัครจะต้องแจ้งให้องค์กรฯ รับทราบ กรณีถูกปฎิเสธวีซ่าต้องทำการแจ้งองค์กรฯ และตัวแทนองค์กรฯ ในประเทศไทยทันทีให้รับทราบสถานการณ์

 

ขั้นตอนที่ 8: แจ้งแผนการเดินทางให้องค์กรฯ และนายจ้างรับทราบ ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศสหรัฐอเมริกา (ราคาค่าตั๋วเครื่องบินสามารถตรวจสอบได้จากตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินทั่วประเทศ)
ขั้นตอนที่ 9: เดินทางเข้าร่วมโครงการ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เตรียม Pocket Money อย่างน้อยประมาณ 1,000-1,500 เหรียญสหรัฐ

การยกเลิกและเงื่อนไขการคืนเงิน

ผู้สมัครสามารถยกเลิกการเข้าร่วมโครงการหลังจากได้รับการตอบรับจากองค์กรฯ และนายจ้างภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
red bullet ผู้สมัครยกเลิกหลังสมัครเข้าร่วมโครงการขั้นตอนที่ 2 หรือ หลังการส่งใบสมัครและเอกสารประกอบการเข้า
  ร่วมโครงการ
red bullet ในกรณีที่มีนายจ้างหรือจัดหางานเอง(J1 Visa Sponsorship) จะถูกปรับค่าธรรมเนียมในดำเนินการจำนวน
  200 เหรียญสหรัฐ
red bullet ในกรณีที่ให้องค์กรจัดหางานให้ (Intern/Trainee Placement Program) จะถูกปรับค่าธรรมเนียมในการ
  ดำเนินการจำนวน 200 เหรียญสหรัฐ
red bullet ผู้สมัครที่ยกเลิกหลังขั้นตอนที่ 4 หรือขั้นตอนการตอบรับจากนายจ้างและองค์กร จะถูกปรับค่าธรรมเนียมใน
  การสมัครและดำเนินการเป็นจำนวนเงิน 700 เหรียญสหรัฐ
red bullet ผู้สมัครที่ยกเลิกหลังขั้นตอนที่ 5 หรือขั้นตอนการได้รับเอกสารสิทธิ์ที่ใช้ในการยื่นวีซ่า DS-2019 Form แต่
  ต้องก่อนการยื่นวีซ่าจะถูกปรับค่าธรรมเนียมในการสมัครและดำเนินการเป็นจำนวนเงิน 1,000 เหรียญสหรัฐ
red bullet ผู้สมัครที่ยกเลิกหลังได้รับวีซ่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปประเทศสหรัฐ
  อเมริกาจะถูกปรับค่าธรรมเนียมในการสมัครและดำเนินการเป็นจำนวนเงิน 1,500 เหรียญสหรัฐ
red bullet ผู้สมัครที่ยกเลิกหลังได้รับวีซ่าและได้เดินทางไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะไม่ได้รับเงิน
  คืนในทุกกรณีและวีซ่าของผู้สมัครจะถูกยกเลิกทันที ผู้สมัครต้องเดินทางกลับประเทศไทยหลังยกเลิกการ
  เข้าร่วมโครงการไม่เกิน 3 วันนับจากวันที่ยกเลิกเข้าร่วมโครงการ
red bullet ค่า SEVIS Fee จำนวน 180 เหรียญสหรัฐ ไม่ได้รับคืนทุกกรณี (ตามนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ
  รัฐบาลอเมริกัน)
red bullet ค่า Visa Package จำนวน 6,000 บาท ไม่ได้รับคืนทุกกรณี (ตามนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ
  รัฐบาลอเมริกัน)
red bullet กรณีไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าหรือถูกปฎิเสธวีซ่า จะถูกปรับค่าธรรมเนียมในการดำเนินการจำนวน 500 เหรียญ
  สหรัฐ
red bullet ค่าธรรมเนียมโครงการจะได้รับคืนภายใน 16 สัปดาห์ และเงินที่ได้รับคืนจะเป็นเงินสกุลบาทไทย โดยคิด
  คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ได้รับโอน